ความต่างของวัฒนธรรมจีนออสเตรีย

ประเทศจีนนั้นส่วนใหญ่แล้วนับถือลัทธิซึ่งแตกต่างกับประเทศออสเตรียเป็นอย่างมากโดยลัทธิที่เมื่อก่อนมีการนับถือคือลัทธิเต๋าและลัทธิขงจื๊อ ซึ่งต่อมาประเทศจีนได้เปิดให้ประชาชนนับถือศาสนากันได้มากขึ้นต่างกันสมัยก่อน ลัทธิเต๋า เป็นความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นธรรมชาติลักษณะเป็นแนวคำสอนไม่เหมือนกับหลักของศาสนาจึงไม่มีลักษณะของกฎข้อบังคับแต่อย่างใด ใครสามารถทำหรือไม่ก็ได้การสอนจะเน้นให้สงบจิตใจ มีความเรียบง่ายในสังคมไม่ฟุ่มเฟือย ช่วยเหลือคนอื่นไม่เห็นแก่ตัว ก็นับว่าเป็นคำสอนที่ดีอย่างหนึ่งเลยทีเดียว จากนั้นจึงเข้าสู่ยุคลัทธิขงจื๊อที่มีลักษณะของไสยศาสตร์จึงมีกลุ่มที่ต่อต้านลัทธิเต๋า ซึ่งลัทธิขงจื๊อก็มีคำสอนที่สอดคล้องไปกับลัทธิเต๋าไม่ได้เห็นแก่ลัทธิของตัวเองเท่านั้นเช่น รู้จักตัวเองให้ดี มีความรู้จักพอ ชนะใจตัวเองให้ได้ และนับถือลัทธิเต๋าเป็นหลัก ประชากรส่วนใหญ่ยังคงนับถือลัทธิเต๋า     การเรียกตัวเองของชาวจีนจะคล้ายคลึงกับต่างประเทศคือเรียกนามสกุลแทนชื่อเป็นหลักเหมือนกับประเทศออสเตรียการทักทายเป็นอะไรที่แตกต่างกันและอาหารการกินเช่นเมื่อทักทายกันประเทศออสเตรียจะมีลักษณะตามแบบตะวันตกจูบลาหอมแก้มลากันซึ่งประเทศจีนไม่นิยมทำกัน และด้วยรูปแบบวัฒนธรรมประเทศออสเตรเลียเกิดจากความหลากหลายของผู้คนที่อพยพมาตั้งรกรากเป็นจำนวนมากทำให้ประเทศออสเตรเลียส่วนใหญ่นับถือศาสนาศาสนาคริสต์ อีก 34 % นับถือศาสนาที่แตกต่างกันไปจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะพบกับความหลากหลายที่นี่ ไม่เพียงศาสนาเท่านั้นท่านยังจะได้พบกับอาหารที่แทบที่จะเรียกได้ว่ามีทุกอย่างรวมไว้ที่นี่ การเข้าสู่ประเทศทั้ง 2 มีข้อกำหนดดังนี้ ท่านที่ต้องการเดินทางไปประเทศออสเตรียมีการกำหนดไว้ว่าสิ่งของบางอย่างนั้นห้ามมีการนำเข้าประเทศ หากมีการพบเจอจะถือว่ามีความผิดทั้งยึดและปรับทันที 1.อาหารแห้งและของสดทุกอย่าง 2.อาหารทุกอย่างบนเครื่องบนห้ามนำลงไป 3.ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่ามีส่วนผสมของนมประกอบอยู่ตั้งแต่ 10% ขึ้นไปรวมถึงนมกล่อง 4.ขนมที่มีส่วนประกอบจากไข่ ประเทศจีนได้กำหนดไว้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ในการห้ามนำเข้าประเทศหรือส่งทางไปรษณีย์ 1.สัตว์และสินค้าจากสัตว์ เช่น สัตว์มีชีวิต นมสัตว์และสินค้าที่มีส่วนประกอบจากนม อาหารสัตว์ ไข่และสินค้าที่มีส่วนประกอบจากไข่ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไขมันและน้ำมัน 2.พืชและสินค้าที่มีส่วนประกอบจากพืช เช่น ผลไม้ ผักสด เมล็ด กิ่งพันธุ์ และอื่นๆ ที่เติบโตได้ 3.สินค้าที่ต้องขอรับการตรวจอื่น เช่น

พื้นฐานประเทศออสเตรีย

สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศเติบโตได้อย่างแข็งแรงเห็นจะเป็นในเรื่องของวัฒนธรรมต่างๆ ที่ซึ่งมีไม่เหมือนกันรวมถึงเศรษฐกิจที่ต้องเพิ่งพากันและกันจากการแลกเปลี่ยนเป็นผลทำให้เกิดการพัฒนาประเทศ ดั่งเดิมแล้วประเทศออสเตรเลียมีชาวอะบอริจิน (Aborigine) อาศัยอยู่ก่อนที่จะถูกครอบครองโดยชาวยุโรปที่ออกหาดินแดนในสมัยนั้นพร้อมกับชาวเกาะทอร์เรสเทรต (Torres Strait Islanders) ที่อยู่มานานกว่า 40,000 ปี ซึ่งชาวยุโรปจะเรียกรวมๆ ว่าชาวอะบอริจิน หากท่านได้ไปเที่ยวประเทศออสเตรเลียจะพบได้ว่าเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมมากมาย ประชากรประมาน 25% เกิดที่ต่างประเทศและอีกเกือบ 50% เป็นการรวมหลายๆ วัฒนธรรมเข้าด้วยกันฉะนั้นเวลาไปไหนมาไหนอาจจะได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนไม่ว่าจะเป็น ดนตรี ศิลปะ เป็นต้น จึงทำให้มีผลต่ออาหารการกินที่มากมายแทบจะทั่วทุกมุมโลกพร้อมเมืองที่สำคัญมากมาย Sydney Harbour หรือซิดนีย์นั้นเอง ไม่มีใครที่ไม่รู้จักถึงแม้ว่าซิดนีย์จะไม่ได้เป็นเมืองหลวงแต่ก็มีชื่อเสียงจนทำให้ใครอาจคิดแบบนั้นไปแล้ว หากว่าเคยเห็นในภาพยนตร์จะพบว่าส่วนใหญ่แล้วเป็นกิจกรรมทางน้ำที่ผู้คนนิยมกันมากแต่ก็มีสวนสัตว์ Taronga Zoo ที่หากท่านต้องการดูสามารถไปได้เสมอและจะได้พบกับท่าเรือของซิดนีย์ที่สวยงามยามค่ำคืน   เมลเบิร์น (Melbourne) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากซิดนีย์และที่นี่เองจะมีสถานกงสุลสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกันอีกทั้งยังเป็นเมืองเศรษฐกิจอีกเมืองหนึ่ง เมลเบิร์นเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยที่จะมีเมืองบางส่วนยังคงมีการปลูกสร้างด้วยไม้ที่เป็นเขตกำหนดเฉพาะเพื่ออนุรักษ์ เมลเบิร์นหากท่านใดที่ต้องการไปศึกษาต่อนั้น เป็นสถานที่เหมาะสมอย่างมากด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงจนเกินไปอยู่ใกล้กับทะเลที่ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถไปได้ เป็นเมืองที่เจริญอีกเมืองหนึ่งมีทุกอย่างพร้อมในเมืองเดียว   บริสเบน (Brisbane) เป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรเลียเป็นเมืองหลวงที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง ทำให้เป็นเมืองเศรษฐกิจอีกเมืองหนึ่งที่ได้รับความเจริญอยู่ไม่น้อยติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกที่เคยใช้เป็นทางสัญจรทางน้ำ ทั้งหมดนี้เป็นเพียง 3 เมืองที่น่าสนใจสำหรับประเทศออสเตรเลียที่หากได้ไปสัมผัสแล้วรับรองได้ว่าจะต้องกลับมาอีกอย่างแน่นอนส่วนใหญ่แล้วหากดูๆ ดีจะพบว่าแต่ละเมืองนั้นมีสวนสาธารณะที่สวยงามทุกเมืองอีกทั้งยังเป็นแห่งใหญ่ๆ ต่างกับเราที่มีตึกเต็มไปหมด และสถานกงสุลของประเทศไทยเองได้ตั้งอยู่ที่ซิดนีย์และแคนเบอร์ราของประเทศออสเตรเลีย สถานทูตนั้นอยู่ที่กรุงเวียนนา ครั้งหน้ามีอะไรมาให้ติดตามรอดูที่นี่ที่เดียว