ความแตกต่างระหว่าง Visa กับ Passport

เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังมีความสงสัยในการเดินทางไปยังต่างประเทศว่าทั้ง Visa และ Passport มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพราะเห็นบางประเทศก็ไม่ต้องใช้วีซ่าแต่บางประเทศต้องใช้ ส่วนพาสปอร์ตเวลาจะเดินทางไปยังประเทศไหนก็ต้องใช้ตลอด ลองมาทำความเข้าใจของรายละเอียดเอกสารทั้ง 2 ชนิดนี้ดูว่ามันมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้คลายข้อสงสัยในเรื่องราวของ Visa กับ Passport Visa วีซ่า คือหลักฐานสำคัญชนิดหนึ่งที่ใช้ในการขอเพื่อเข้าประเทศสำหรับคนที่ไม่ได้มีสัญชาติของประเทศที่จะเดินทางไป ลักษณะของวีซ่าอาจมาในรูปของรอยประทับหรือการติดเป็นสติ๊กเกอร์อยู่ในหนังสือเดินทาง ทว่าส่วนมากแล้วจะเป็นในลักษณะของการติดเป็นตราประทับในหนังสือเดินทางเสียมากกว่า อย่างไรก็ดีใช่ว่าทุกประเทศจะต้องทำการขอวีซ่าเพื่อเดินทางเสมอไป เนื่องจากว่าสำหรับบางประเทศที่สามารถทำข้อตกลงในการเดินทางกันได้ก็ไม่ต้องขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศนั้นๆ หรือบางประเทศอาจจะไม่ต้องขอเลยก็ได้ ซึ่งในลักษณะนี้จะถือว่าเป็นการอนุญาตให้คนสัญชาติอื่นๆ เดินทางเข้าไปยังประเทศได้ ประเภทของวีซ่าเองก็จะมีอยู่ด้วยกันหลากหลายไม่ว่าจะเป็นประเภทคนเดินทางผ่านราชอาณาจักร, ประเภทนักท่องเที่ยว, ประเภทคนอยู่ชั่วคราว, ประเภททูต, ประเภทราชการ และประเภทอัธยาศัยไม่ตรี ซึ่งตรงจุดนี้ก็จะขึ้นอยู่กับเวลาที่เดินทางไปขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศต่างๆ ก็ต้องมีการระบุรายละเอียดให้ชัดเจนว่าต้องการเดินทางไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร Passport ภาษาไทยเรียกว่า หนังสือเดินทาง เป็นเอกสารที่เอาไว้สำหรับการระบุตัวตนของบุคคลทุกคนในการที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศ โดยในพาสปอร์ตนี้ก็จะประกอบไปด้วย ชื่อ นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, จังหวัดที่เกิด, เพศ, สัญชาติ เป็นต้น สำหรับคนธรรมดาทั่วไปเจ้าหน้าที่ก็จะทำการออกหนังสือเดินทางแบบธรรมดาให้ สำหรับประเทศไทยหน้าปกก็จะเป็นสีแดงเลือดหมู สามารถใช้งานได้เพื่อการท่องเที่ยว ไปเยี่ยมญาติ หรือแม้แต่ไปเรียนหนังสือยังต่างประเทศ แต่หากเป็นการไปเรียนต่อต่างประเทศก็ต้องมีวีซ่าเฉพาะเรื่องด้วย เอาง่ายๆ ว่าเปรียบไปแล้วมันก็เหมือนกับบัตรประชาชนในการเดินทางไปยังประเทศต่างๆ อย่างไรก็ตามยังมีพาสปอร์ตรูปแบบพิเศษ คือ หนังสือเดินทางราชการหน้าปกจะเป็นสีน้ำเงินเข้ม,

ขั้นตอนการขอวีซ่าประเทศออสเตรีย

ประเทศออสเตรียแม้ว่าจะเป็นประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งในทวีปยุโรป ทว่าก็เป็นอีกประเทศที่มีคนไทยหลายคนให้ความสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว อาจจะด้วยความที่เป็นประเทศที่ยังไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรมากนัก ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว มันเลยยังทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณต่างๆ ของประเทศยังดูใหม่ เป็นธรรมชาติ เหมาะกับการไปเยือนสักครั้งในชีวิต อย่างไรก็ตามการที่จะเข้าประเทศออสเตรียได้ก็จำเป็นจะต้องมีการดำเนินการในเรื่องของการขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศเสียก่อน โดยรายละเอียดของการขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศออสเตรียสามารถดำเนินการได้ ดังนี้ ทำการยืนใบคำรองขอวีซ่าในระยะสั้นมีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน แต่ทว่าหากเป็นวีซ่าสำหรับการไปศึกษาต่อหรือไปทำงานจะได้ไม่เกิน 180 วัน โดยไปยื่นได้ที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศออสเตรีย ก่อนที่จะทำการยื่นของวีซ่าจำเป็นจะต้องตัดสินใจให้ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องของ “วัตถุประสงค์ในกรเดินทาง” ในความเป็นจริงคือต้องทำความเข้าใจในรายละเอียดตรงจุดนี้ให้ดีเสียก่อน เนื่องจากทางศูนย์ฯ เองก็มีความยินดีที่จะช่วยเหลือเพื่อให้ท่านได้มีการขอวีซ่าเพื่อทำการเดินทางไปยังประเทศออสเตรียได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี อย่างไรก็ตามทางศูนย์ฯ เองก็ไม่สามารถที่จะให้คำปรึกษา ข้อแนะนำต่างๆ ในการที่จะเลือกประเภทการสมัครวีซ่าได้ เพราะจริงๆ แล้วหน้าที่หลักของศูนย์ฯ คือการให้บริการเกี่ยวกับเอกสารเพื่อขอวีซ่ามันจึงไม่สามารถที่จะยืนยันได้แบบเต็มร้อยว่าวีซ่าของคุณจะผ่านทุกคนหรือไม่ รวมไปถึงไม่สามารถที่จะบอกระยะเวลาในการพิจารณาขอวีซ่าประเทศออสเตรียได้ด้วยว่ายาวนานแค่ไหน การพิจารณารายละเอียดต่างๆ ที่กล่าวมานี้จะเป็นหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตออสเตรีย เพียงเท่านั้น เตรียมเอกสารต่างๆ ในการขอวีซ่าไปให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นหนังสือเดินทางที่ต้องมีเวลาในหนังสือไม่น้อยกว่า 6 เดือน, รูปถ่ายสี หน้าตรง ภาพชัดเจน, เอกสารการเปลี่ยนชื่อนามสกุลที่ทางราชการเป็นผู้ออกให้ และเอกสารอื่นๆ ตามที่ทางผู้รับทำวีซ่าร้องขอ ควรอ่านประกาศกฎระเบียบในด้านของความปลอดภัยก่อนที่จะไปทำการยื่นวีซ่าที่ศูนย์รับคำร้องของวีซ่าประเทศออสเตรีย จริงๆ แล้วรายละเอียดการขอวีซ่าไปยังประเทศออสเตรียไม่ได้มีอะไรยุ่งยากอย่างที่คิด ทว่าด้วยความที่ประเทศนี้อาจจะยังไม่ได้เปิดแบบเต็มตัวจึงยังทำให้รายละเอียดบางอย่างก่อนการเดินทางไปยังประเทศของเขาอาจจะดูจุกจิกสักเล็กน้อย ทั้งนี้หากเรามีความประสงค์ต้องการเดินทางไปจริงๆ ก็ควรทำตามกฎระเบียบต่างๆ อย่างเคร่งครัดที่สุด

การขอวีซ่าที่สถานกงสุลจีน

ประเทศจีนนับตั้งแต่ที่พวกเขาเปิดประเทศเพื่อให้ชาวต่างชาติได้เข้าไปสัมผัสกับวัฒนธรรม ประเพณี ความสวยงามของธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมต่างๆ ของประเทศ ก็มีชาวต่างชาติรวมไปถึงคนไทยที่ค่อนข้างให้ความสนใจพร้อมทั้งอยากที่จะเดินทางมายังประเทศจีนสักครั้งในชีวิต ที่สำคัญราคาค่าเงินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร สินค้า ที่พักโรงแรม ล้วนแล้วแต่เป็นราคาที่สามารถจับต้องได้ ไม่แรงจนเกินไป ยิ่งทำให้ประเทศจีนกลายเป็นจุดหมายของนักเดินทางทั่วโลกมากมายสำหรับในเวลานี้ อย่างไรก็ตามก่อนการเดินทางเข้าประเทศจีนมันมีกฎระเบียบสำหรับนักเดินทางชาวต่างประเทศทุกคนว่าจะต้องทำการขอวีซ่าให้เรียบร้อยเสียก่อน ซึ่งหากคุณเป็นคนไทยที่ต้องการไปเที่ยวยังประเทศจีนก็จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของเขาด้วยเช่นเดียวกัน ว่าแล้วก็ลองมาทำความเข้าใจกับการขอวีซ่าเพื่อที่จะไปยังประเทศจีนว่าเป็นอย่างไรบ้าง หลักฐานในการใช้ขอวีซ่า หนังสือเดินทาง หรือ passport จะต้องมีอายุเหลือในระยะเวลาของหนังสือมากกว่า 6 เดือน ต้องมีหน้าวีซ่าว่างพร้อมกับสำเนาหน้าข้อมูลของหนังสือเดินทาง 1 ใบ แบบฟอร์มการขอวีซ่า ซึ่งก็จะถูกแบ่งออกไปว่าต้องการขอวีซ่ามาเพื่อทำอะไรทั้งการเป็นนักท่องเที่ยว, การมาศึกษาต่อ, การมาทำธุรกิจ หรือแม้แต่ประเทศที่ 3 ก็ต้องมีการกรอกรายละเอียดเพื่อแยกประเภทความประสงค์ให้ชัดเจน รูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว ต้องเป็นรูปปัจจุบัน หน้าตรง รูปสี ไม่สวมหมวก แว่นดำ เพื่อทำการติดรูปถ่ายในแบบฟอร์มการขอวีซ่า เอกสารหลักฐานสำหรับผู้ทีมีการเปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุล โดยต้องเป็นเอกสารที่ทางราชการเป็นผู้ออกให้ หลักฐานอื่นๆ ตามที่มีการร้องขอซึ่งก็สามารถจะยื่นเอกสารให้ครบถ้วนได้ตามระยะเวลาที่กำหนด การยื่นขอวีซ่า คนที่ยื่นขอสามารถดำเนินการด้วยตนเองหรือให้ผู้มีอำนาจแทน อาทิ บริษัททัวร์ ให้ดำเนินการขอวีซ่ายังสถานกงสุลจีนประจำประเทศไทย มีบางกรณีผู้ยื่นขออาจต้องมาทำการสัมภาษณ์หรือทำการเซ็นรับรองในเอกสารคำขอวีซ่า ตามที่สถานกงสุลจีนได้มีการแจ้งรายละเอียดให้ทราบ